bunto.org :: เว็บบุญโต สว่างคือบุญ บุญคือปัญญา :>
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรม ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

หลงความบ้าว่าศีลธรรม
- โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว
- กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ
- มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯ
พระธรรมโฆษาจารย์ [ พุทธทาส ภิกฺขุ ]จาก http://www.watkoh.com/data/budha_dasa/siltham.html
จิต คือ พลังงานที่พัฒนามาเป็นธาตุรู้ จึงมีความสว่างสดใส่ แต่ที่เราหลับตาแล้วมืดเพราะจิตเรายังไม่ใสพอ ถ้ามากพอเวลาหลับตาจะมองเห็น ความสว่าง เมื่อเราอยู่ในที่มืด เมื่อสว่างก็มองตามไปเรื่อยๆทุกวันก่อนนอน ในที่มืดมันจะค่อยๆใสขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้จะรู้เอง เห็นเอง ล่วงหน้าสามเดือน หกเดือน รู้ได้เอง เป็นภาพในตา รู้โดยจิต มันจะรวบรวมข้อมูลแบบไม่ต้องคิด รู้จริง ล่วงหน้า
แก้ได้ด้วย ถ้าพลังของจิตมากพอ วิธีฝึกเริ่มจากการคิด แน่นอนคิดดี พลังความสว่างจะเกิด ปิติ หลับตาทบทวนความดีทุกวัน เกิดปิติ ยินดี จิตสว่างขึ้นทุกวันๆ ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง โทสะ จะค่อยๆหายไปเอง ไม่ยึดติด เราก็เป็นแค่พลังงาน ไม่มีรูปร่าง มีแค่ความรู้สึก เท่านั้นจริงๆ คิดแบบนี้ได้ ก็จะดวงตาเห็นความสว่าง ซึ่งก็คือ จิต นั้นเอง สนใจลองแวะไปศึกษากับอาจารย์ ไกรสร พรหมพิทักษ์ ที่ ศูนย์วิจัยพลังงานเพื่อรักษาสุขภาพ 22/7 ต.ไทรม้า จ.นนทบุรี
ที่มา http://gotoknow.org/blog/vachiraporn/244516
....มนุษย์ เท่านั้นคือผู้มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง....
....ในขณะที่ภพอื่นไม่มีสิทธิ์เลือก...
....พระพรหม และเทพ เสวยแต่สุขไม่รู้จักทุกข์ จึงไม่สามารถบรรลุธรรมได้....
....เปรต และสัตว์นรก รู้จักแต่ความทุกข์ทรมาน จึงไม่สามารถบรรลุธรรมได้....
....สัตว์ดิรัจฉาน ไม่มีภูมิปัญญาสูงพอที่จะบรรลุธรรมได้....
....โลกมนุษย์ คือภพกึ่งกลางระหว่างภพต่าง ๆ มนุษย์จึงได้รับรู้ทั้งทุกข์ สุข ไม่ทุกข์ไม่สุข และความว่างเปล่าเป็นสุญญตา...
....มนุษย์ ยังมีสติปัญญาสามารถวิเคราะห์แยกแยะสมุทัยของกรรมได้อย่างพิศดาร...
....โลก และ มนุษย์คือจุดกึ่งกลางของธรรมะ...
....เป็นภพเดียวที่เลือกจะเดินทางไปทางไหนก็ได้....
....ดี หรือ เลว ไม่ใช่พระพรหมลิขิต แต่มนุษย์ได้เลือกทางเดินของมนุษย์เอง...
....หากปราศจากโมหะ ย่อมเห็นหนทางที่ดีของตนเอง....
....มุนุษย์ทุกคนมีโอกาสและทางเลือกที่เท่ากัน....
....อยู่ที่เราจะเลือกทางไหน....
....หลายคนพอใจที่จะเดินทางต่ำ ก้าวลงสู่อบาย....
....หลายคนเต็มไปด้วยความประมาทและหลงผิดเป็นชอบ....
....หลายคนเห็นศีลธรรมและความดีเป็นเรื่องคร่ำครึ ไม่ทันสมัย เสียเปรียบ โง่ และน่าอาย....
....และกลับเห็นอธรรม การทุศีล และความเลวร้าย กลายเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ฉลาด และทันสมัย....
....อนิจจามนุษย์เอย เจ้ามิได้ใช้สติปัญญาที่เหนือกว่าสามโลกของเจ้าให้เป็นประโยชน์แม้แต่กับตัว เอง...
....เจ้ากำลังเดินบนปากปล่องเหวลึกในความมืดมิดด้วยความประมาท....
....ปิดหู ปิดตา และปิดใจของตนเอง ไม่รับรู้แม้การทักท้วงจากเสียงธรรม....
....กว่าจะรู้ตัว มันก้อสายเกิน...
....สายเกินกว่าที่จะได้ทันรับฟังเสียงบอก อะระหัง...อะระหัง..พระอะระหังนะ....
....ไม่มีโอกาสที่จะได้ร้องคำว่า "ทุกข์" เพียงคำเดียวได้จบคำ....
....ยังมีลมหายใจอยู่ในร่างมนุษย์วันนี้นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง....
....ควรเร่งทำความเห็นให้ตรง ละวางความชั่วร้ายทุกสิ่ง หยุดกระทำการจาบจ้วงท้าทายศีลธรรมทุกอย่าง....
....ประพฤติตนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ สามีที่ดีของภรรยา ภรรยาที่ดีของสามี พ่อแม่ที่ดีของลูก
ครูอาจารย์ที่ดีของศิษย์ กัลยาณมิตรของมิตรสหาย....
....ยามที่ต้องละโลกนี้ ไม่ต้องมีใครมาบอกพระอะระหัง...
....แต่เราจะเลือกทางเดินไปได้ด้วยตัวของเราเอง....
....นรก สวรรค์ นิพพาน ล้วนสร้างขึ้น เกิดขึ้น อุบัติขึ้นด้วยจิตของเรา....
....มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้สร้าง และเลือกมัน....
ที่มา http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t47138.html